ความฝันของชาวนาเว่ย
ในคืนนั้น ชาวนาเว่ยเผลอหลับไปริมลำธาร โดยมีเสียงสายน้ำไหลเอื่อยผ่านโขดหินกล่อมเขาเข้าสู่นิทรา
เมื่อม่านหมอกค่อยๆ ลอยขึ้น เขาพบว่าตนเองยืนอยู่ในสวนที่ปูด้วยแผ่นหิน สวนนั้นดูคับแคบกว่าในความทรงจำ ราวกับว่าทางเดินบางสายได้เลือนหายไป เขานับแผ่นหินได้ทั้งสิ้นหกสิบสี่แผ่น
บนแผ่นหินแผ่นหนึ่ง "แม่ทัพ" ยืนตระหง่าน กำแพงตำหนักที่เคยจองจำเขาได้อันตรธานไปสิ้น เขาจึงทอดสายตามองขอบฟ้าได้อย่างอิสระ แม่ทัพผายมืออย่างอ่อนโยนให้ที่ปรึกษาซึ่งยืนขนาบข้างถอยออกไป ผู้เป็นที่ปรึกษาโค้งคำนับก่อนจะเดินหายไปตามทางเดินป่าไผ่ เหล่าช้างศึกที่เคยเฝ้ารักษาแนวแม่น้ำก็เริ่มเคลื่อนขบวน ราวกับหมดสิ้นภาระหน้าที่ พวกมันก้าวเดินอย่างเชื่องช้าและเงียบงัน จนกระทั่งเลือนหายไปในสายหมอก
ทันใดนั้น แพนด้ายักษ์สองตัวก็ผุดขึ้นจากลำน้ำเพื่อเข้ามาแทนที่ว่างเหล่านั้น เบื้องหลังของพวกมัน ทหารใหม่สามนายเดินออกมาจากดงอ้อเพื่อสมทบกับเพื่อนทหารเดิมทั้งห้า
ในห้วงเวลานั้นเอง สตรีผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นราวกับถูกแกะสลักจากไอหมอก นางคือ "ฮองเฮา" นางเคลื่อนกายดุจรถศึกที่พุ่งฝ่าแนวหน้า และบางคราก็โจนทะยานดั่งอาชา ภายใต้สายตาของนาง แม้แต่ทหารที่ต่ำต้อยที่สุดก็ดูเหมือนถูกปลุกเร้าให้ก้าวข้ามบทบาทที่ตนได้รับ
เว่ยพยายามจะเอื้อนเอ่ย แต่สตรีแห่งสายหมอกใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากของเขาเบาๆ แล้วกระซิบว่า
"จงหวนระลึกเถิด ถึงสิ่งที่กำลังหลับใหลอยู่ในตัวเจ้า"
เมื่อเขาตื่นขึ้น แสงอรุณกำลังสาดส่องผ่านกอหญ้า บนพื้นดินที่ชุ่มชื้น เว่ยพบว่าเขาได้วาดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่สมบูรณ์แบบ ระบุตำแหน่งของหมากแต่ละตัว และขีดเส้นสมมติแทนแม่น้ำ ภาพวาดครึ่งหนึ่งถูกน้ำในลำธารท่วมถึง และหยุดอยู่ตรงเส้นนั้นพอดี ราวกับว่าความฝันและโลกแห่งความจริงได้มาบรรจบกันที่นั่น
เขานำภาพวาดนี้ไปให้ครอบครัวดู และต่อมาก็ให้คนทั้งหมู่บ้านได้เห็น
บ้างก็มองว่ามันเป็นเพียงการปรับปรุงเกมโบราณให้ร่วมสมัย แต่บ้างก็เห็นว่าเป็นเสียงสะท้อนของความฝันที่พวกเขาคิดว่าได้ลืมเลือนไปแล้ว